2010/Jan/15

กลับมาอัพบล็อกอีกครั้งหลังจากหายหัวไป 3 ปี (เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรดี)

อัพคราวนี้ก็เลยว่าจะพูดเรื่องการ์ตูนซะหน่อย

ก็ไอ้เรื่องที่จั่วหัวอยู่นั่นแหละ

Freezing นักสู้พันธุ์พิฆาต

 

ผลงานร่วมของนักแต่งเรื่องชาวเกาหลี อิม ดัลยอง กับ คิม กวางฮยอน นักวาดเกาหลีเช่นกัน ที่ลงตีพิมพ์ในนิตยสารรายเดือน Valkyrie Comics ของญี่ปุ่น และวางแผงฉบับรวมเล่มภาษาไทยในลิขสิทธิ์ของบริษัท รักพิมพ์

Freezing เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโลกในยุคที่ล้ำหน้ากว่าปัจจุบันนิดหน่อย มีสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่เรียกว่า โนว่า ปรากฎตัวขึ้นมาบนโลก เข่นฆ่าทำลายมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก หลังจากเหล่าผู้นำกุมกบาลหาทางออกมากมายหลายวิธี สุดท้ายก็จบลงที่การเอาร่างของโนว่ามาทำการวิจัยและแปรสภาพเป็นกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่า "โวลท์ เท็กซ์เจอร์" ขึ้นมา และนำไปฝังลงในร่างของเด็กผู้หญิง (ทำไมต้องหญิงก็ไม่รู้) เพื่อสร้างเป็น "แพนโดร่า" มนุษย์พันธุ์พิเศษที่มีขีดความสามารถทางร่างกายสูงกว่าคนทั่วไปมาสู้กับโนว่า พร้อมกับ "โนว่า เวพ่อน" อาวุธประจำตัวของแพนโดร่า ซึ่งก็แตกต่างกันไปแล้วแต่คน

แต่ก็ใช่ว่าจะสู้ได้ง่ายๆ เพราะโนว่าทุกตัวมีความสามารถในการสร้างขอบเขตหยุดการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เรียกว่า "ฟรีสซิ่ง" อยู่ ซึ่งขอบเขตที่ว่านี่อย่างเบาะๆก็ปาเข้าไป 200 เมตรแล้ว

เพื่อที่จะต่อกรกับโนว่าที่ใช้ฟรีสซิ่งได้ แพนโดร่า ต้องทำการจับคู่กับ "ลิมิตเตอร์" ผู้ชายที่อายุน้อยกว่าซักคน (ทำไมต้องผู้ชายอายุน้อยกว่าก็ไม่รู้อีก) เมื่อจับคู่กันแล้วแพนโดร่าจะใช้ความสามารถที่เรียกว่า "อิเรนบาร์เซ็ต" เชื่อมโยง อิเรนบาร์ เซลล์ประสาทส่วนลึกของตัวเองกับลิมิตเตอร์คู่ของตน ทั้ง 2 (หรืออาจจะ 3 4 5 แล้วแต่ว่ามีลิมิตเตอร์มากแค่ไหน) จะเชื่อมโยงประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าด้วยกัน สิ่งที่ลิมิตเตอร์รับรู้ แพนโดร่าก็จะรับรู้ได้ด้วย และลิมิตเตอร์ที่ทำอิเรนบาร์เซ็ต จะสามารถใช้ ฟรีสซิ่ง ได้ ในการต่อสู้ ลิมิตเตอร์จะใช้ฟรีสซิ่งของตัวเองไปหักล้างกับฟรีสซิ่งของโนว่า สร้างพื้นที่เป็นกลางให้แพนโดร่าเข้าไปสู้กับโนว่าได้นั่นเอง

พระเอกของเรื่อง อาโออิ คาซึยะ เสียพี่สาวที่เป็นแพนโดร่าไปเมื่อ 4 ปีก่อน ย้ายโรงเรียนมาเข้าเรียนที่ เวสท์เจเนติกส์ โรงเรียนฝึกแพนโดร่ากับลิมิตเตอร์ที่ตั้งอยู่ในญี่ปุ่น (แต่ไหงเรียก West ก็ไม่รู้)

วันแรกที่คาซึยะย้ายเข้ามา (หรือให้ถูกคือ ทันทีที่เดินพ้นประตูโรงเรียนเข้ามา) เขาก็ได้พบกับหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่งที่แม้รูปร่างหน้าตาจะไม่คล้ายซักนิด แต่ความรู้สึกและบรรยากาศที่รู้สึกได้จากเธอคนนั้น กลับเหมือนกับพี่สาวที่ตายไปแล้วของเขาไม่มีผิด จนเขาลืมตัวคิดว่าเป็นพี่สาวที่รักและโผเข้ากอดเธอ โดยที่ไม่รู้เลยซักนิดว่าเธอคนนั้นกำลังสู้กับแพนโดร่าคนอื่นอยู่ จนทำให้เธอแพ้

 

คาซึยะได้รู้ทีหลังว่าหญิงสาวคนนั้นมีชื่อว่า แซทเทิลไลเซอร์ เอล บริจิตต์ นักเรียนชั้นปี 2 เจ้าของฉายา "ราชินีต้องห้าม" ตัวอันตราย No.1 ของชั้นปี ผู้ไร้มนุษยสัมพันธ์แบบสุดขั้ว จนเป็นที่รู้กันว่าไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องตัวเด็ดขาด และมีข่าวลือว่าเคยเล่นงานแพนโดร่ากับลิมิตเตอร์ที่มาจับตัวจนหมดสิทธิ์คืนสภาพไปนับสิบคนแล้ว

น่ากลัวขนาดไหนก็ดูเอาเถอะ แค่เดินเข้าโรงอาหารคนก็แหวกให้เป็นทาง

 

 

แต่คาซึยะกลับมองว่าแซทเทิลไลเซอร์ไม่ใช่คนน่ากลัวแบบนั้นจึงพยายามเข้าใกล้เธอโดยไม่ยอมฟังเสียงห้ามของทั้งเพื่อนร่วมชั้นและประธานนักเรียนที่ได้เตือนไว้ และเสนอตัวขอเป็นลิมิตเตอร์ของเธอ

แถมได้รู้ว่าจริงๆแล้วแซทเทิลไลเซอร์ก็เป็นแค่ผู้หญิงขี้อายธรรมดาคนนึงที่มีปมในอดีตบางอย่าง เลยไม่ชอบให้คนมาแตะตัว

 

และแล้วคาซึยะก็ได้เห็นที่มาของฉายา "ราชินีต้องห้าม" ด้วยตาตัวเอง เมื่อแซทเทิลไลเซอร์ถูก มิยาบิ รุ่นพี่ปี 3 เข้ามาหาเรื่อง และให้ลิมิตเตอร์ของตัวเองที่มีถึง 3 คนรุมใช้ฟรีสซิ่งหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้และทำสารพัดเรื่องให้แซทเทิลไลเซอร์ได้อายอย่างที่สุด

คาซึยะที่ทนดูไม่ได้ ได้ระเบิดความโกรธใช้ฟรีสซิ่งออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ฟรีสซิ่งของคาซึยะมีพลังมหาศาลถึงขนาดทำให้ขอบเขตฟรีสซิ่งทั้งหมดของฝ่ายมิยาบิเป็นกลาง แถมยังฟรีสซิ่งกลับด้วยขอบเขตที่กว้างกว่า จนมิยาบิถึงกับตะลึง เพราะคาซึยะใช้ฟรีสซิ่งได้ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอิเรนบาร์เซ็ตด้วยซ้ำ

ฝ่ายแซทเทิลไลเซอร์ที่หลุดจากพันธนาการของฟรีสซิ่งได้จึงเริ่มเอาคืนอย่างโหดร้าย และจบลงด้วยการปักดาบโนว่าบลัด โวลท์เวพ่อนประจำตัวลงกลางอกของมิยาบิเต็มแรง (แต่ก็ไม่ยักตาย)

จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักเรียนชั้นปี 3 ที่หมั่นไส้แซทเทิลไลเซอร์ที่ชอบทำผิดกฎโรงเรียน แถมไม่เห็นหัวรุ่นพี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเริ่มเคลื่อนไหว โดยส่ง อิงกริด เบิร์นสไตน์ ผู้มีดีกรีเป็นถึงอันดับ 7 ของชั้นปี ผู้สามารถจัดการกับโนว่าสำหรับฝึกซ้อมได้ใน 40 วินาที และเป็นที่รู้กันดีว่าไม่ยอมยกโทษให้กับใครก็ตามที่ทำผิดกฎ มาจัดการ

ศึกหนักของแซทเทิลไลเซอร์กับเหล่ารุ่นพี่ปี 3 จึงเริ่มขึ้น...

 

 

 

 

 

ไอ้ที่พล่ามมาทั้งหมดก็ไม่ใช่อะไร แค่อยากบอกว่า......

 

 

 

เรื่องนี้เป็นผลงานแปลการ์ตูนลิขสิทธิ์เรื่องแรกของผม ในนามปากกา NOZOMU

อ่านแล้วก็วิจารณ์ด้วยนะ

Comment

Comment:

Tweet


ไปซื้อมาแล้วน้อ จำได้ว่าตาเอกบอกว่าได้แปลเรื่องนี้ เลยซื้อมาอ่านดูล่ะ -w-+

....ว่าแต่ไม่ได้อัพบล็อกมากี่ชาติแล้วนิ - 3 -
#3 by Butter-T At 2010-01-17 11:45,
-*- ซื้อมาอ่านแล้ว โดยร่วมอ่านได้ลื่นไหลดี

มีอะไรจะ discuss จะบอกทาง MSN ละกัน -*-
#2 by XeNoX the Caduceus At 2010-01-17 11:44,
เหยดด เอกอัพบล๊อค น่าตื่นเต้น
#1 by เป๋า&ล่า At 2010-01-15 21:37,